มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

จีท่อง

สนาม: ส่านซีเศรษฐกิจจีน

บทนำ: 23 มค61- ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์กรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพรปว่าด้วยการเลือกตั้งสส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) เสนอแก้ไขร่างกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ถัดไปอีก 90 วัน ภายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะส่งผลให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปเป็นเดือน กพปี 2562 ว่า เคยบอกแล้วว่าเป็นการทำงานของสนชและกรธมาตลอด ซึ่งตนรับฟังในเหตุผล แต่ทั้งหมดยังมีขั้นตอนอีกหลายอย่างที่จะต้องตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย พิจารณาร่วมกัน สรุปแล้วอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้งแน่นอน แต่จะเลือกตั้งเมื่อไร ประการใด ขึ้นอยู่กับการพิจารณาร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราต้องทำให้สภานั้นเข้มแข็ง ต้องเชื่อมั่น เพราะที่ผ่านมาเราไม่ค่อยเชื่อมั่นในระบบสภาและรัฐสภามากนัก วันนี้ผมต้องทำเป็นตัวอย่าง ผมเชื่อมั่นในสนช ในกรธ ผมไม่ไปก้าวล่วง ผมเคยบอกไว้แล้วว่าการเข้าไปก้าวล่วงในกระบวนการยุติธรรม เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย เพราะจะทำให้ทุกคนทำงานไม่ได้ จะต้องรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน เราอย่าไปฟังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว วันนี้มีอยู่ไม่กี่ฝ่ายที่ออกมาพูดในเรื่องเหล่านี้ ผมก็รับฟังเฉยๆ เป็นเรื่องของคณะกรรมการและสนชที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะดำเนินการไป ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โรดแมปก็เคยพูดไว้แล้ว ถ้าเป็นไปได้ตามโรดแมปทุกอย่าง กฎหมายอะไรไปได้ ก็เป็นไปตามกำหนดเวลาที่ผมบอก แต่ถ้าจะมีข้อพิจารณาอะไรเพิ่มเติม ก็รับฟังเหตุฟังผล ซึ่งกันและกันว่าควรจะเป็นอย่างไร เพราะทุกคนคงมุ่งหวังให้ประเทศชาติมีความสงบปลอดภัย และเดินหน้าไปด้วยดีเท่านั้นเอง เรื่องการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งสส ให้ขั้นตอนเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พลอประยุทธ์ กล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นให้คณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาคำสั่งที่ 53/2560 ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ พลอประยุทธ์ ตอบว่า ยื่นไปเถอะ เป็นเรื่องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะพิจารณา เพราะเขาไม่ได้ยื่นกับตน จะผิดหรือถูกอยู่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลรัฐธรรมนูญ ที่เขาจะไปฟ้องร้องกัน ก็ให้ว่ามา เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าพอไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วตนต้องการให้ไปร้องศาลอีก มันคนละเรื่องกันขอให้เข้าใจด้วย เมื่อถาม กกตเสนอให้คสชปลดล็อคการเมือง แทนการขยายเวลาบังคับใช้พรปเลือกตั้งสส ออกไปอีก 90 วัน นายกฯตอบว่าเป็นเรื่องของกกตที่เสนอแนวคิดดังกล่าว ผมว่าท่านไปเตรียมแต่งงานของท่านก็ดีแล้ว ก็ยินดีกับท่านด้วย ท่านบอกว่าไม่ได้เชิญผม แต่ถ้าท่านเชิญมาผมจะไปหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็ถือเป็นเรื่องความสุขของท่าน พลอประยุทธ์กล่าว...

นิ้วมือทั้งสองข้าง

สนาม: Aili Wedding Network

บทนำ:ตำรวจบุรีรัมย์ออกหมายเรียกกราวรูดโกงเงินศพ 10 ล้าน! 23 มกราคม พศ 2561 เวลา 12:42 น

ตรวจ หวย งวด ประจำ วัน ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563
vj5 | <动态当天时间> | อ่าน(728) | แสดงความคิดเห็น(680)
จยยบอมบ์ น้ำหนัก 20 กิโลฯ กลางตลาดสดเมืองยะลา ชาวบ้านเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 18 คน เจ้าหน้าที่เร่งตรวจกล้องวงจรปิดหาเบาะแส มทภ4 รับการป้องกันยังมีช่องโหว่ เชื่อเป้าทำลายเศรษฐกิจ ชี้มีกลุ่มบุคคลบางตระกูลอยู่เบื้องหลัง บิ๊กตู่ ประณามคนร้าย ขอ ปชชช่วยเป็นหูเป็นตา ตำรวจ ไม่ตัดประเด็นป่วนหรือผลประโยชน์ เมื่อวันจันทร์ เวลา 0600 น ศูนย์วิทยุ สภเมืองยะลารับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดภายในตลาดสดพิมลชัย (ตลาดสดรถไฟ) อำเภอเมืองยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก พลตตกฤษฎา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (ผบกภจวยะลา) พร้อมด้วย พตอประวิตร ช่อเส้ง ผกกสภเมืองยะลา, นายสาโรช กาญจพงศ์ ปลัดจังหวัดยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 เดินทางไปตรวจสอบ จุดเกิดเหตุอยู่หน้าร้านเขียงหมู ซอย 3 ภายในตลาดสดพิมลชัย เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 รายเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเขียงหมูกับผู้ชายที่มารับหมูไปขาย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านหลายคันได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดเช่นเดียวกับเขียงหมู หลังคาตลาดสดพังเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาเป็นการด่วน แต่ระหว่างนำส่งโรงพยาบาลมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ราย บาดเจ็บ 18 คน สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ มีคนร้าย 1 คนขี่รถจักรยานยนต์ซุกระเบิดที่บรรจุภายในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนัก 20 กิโลกรัม มาจอดที่หน้าร้านเขียงหมูแล้ววิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นไม่เกิน 5 นาทีได้เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานคนร้ายต้องการสร้างสถานการณ์ จากนั้น พอปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอรมนภาค 4 สน) ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยกล่าวว่าคนร้ายสร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยลอบวางระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และได้รับบาดเจ็บ 18 คน ในนามของทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชน ขอแสดงความเสียใจต่อญาติของครอบครัวที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว รวมทั้งขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายร่วมกันประฌามในพฤติกรรมอันสุดโต่ง และความชั่วร้ายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โฆษก กอรมนภาค 4 สนกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รายงานเบื้องต้นให้ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลางโหม รวมถึง พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผบทบทราบแล้ว ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ พลทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ดำเนินการใน 2 เรื่องใหญ่ คือ การดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยตั้งศูนย์เยียวยาช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ และการเร่งรัดติดตามคนร้าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งการตรวจสอบในเบื้องต้นขณะนี้รู้เบาะแสคนร้ายแล้ว ขั้นตอนต่อไปเป็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ก่อเหตุและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ยาก และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา ที่ผ่านมาในเขตเทศบาลนครยะลาไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว โดยกลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่เป็นกลุ่มเดิมๆ ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเพราะมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว โฆษก กอรมนภาค 4 สนกล่าว พอปราโมทย์กล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ชัดเจนว่า กลุ่มคนร้ายยังไม่ละความพยายามในการก่อเหตุ ต้องการทำลายชีวิตทรัพย์สินประชาชน การทำลายภาพรวมเศรษฐกิจ และการทำลายความเชื่อมั่นในระบบอำนาจรัฐ ข้อมูลด้านการข่าวมีการติดตามและการแจ้งเตือนมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ผ่านมาเหตุการณ์ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ความพยายามของคนร้ายที่ต้องการก่อเหตุในพื้นที่เขตเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก และเป็นพื้นที่สามารถสร้างความสั่นคลอนในระบบอำนาจรัฐได้ ดังนั้นรัฐจะไม่ตอบโต้ แต่จะใช้กระบวนการทางกฎหมาย ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานในการติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ พอปราโมทย์กล่าว ต่อมา พลทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุบริเวณตลาดสด เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสอบถามแม่ค้าพ่อค้าในบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้กำลังใจ และเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา พร้อมนำถุงพระราชทาน กระเช้า และเงินบำรุงขวัญมอบให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ พลทปิยวัฒน์กล่าวว่า ขอประณามผู้ก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งยอมรับว่าการดูแลพื้นที่ดังกล่าวมีช่องโหว่ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปจัดระเบียบได้ ผู้ก่อความไม่สงบจึงอาศัยช่องว่างก่อความรุนแรง ส่วนสาเหตุเชื่อว่าต้องการทำลายเศรษฐกิจ และเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีกลุ่มบุคคลในบางตระกูลอยู่เบื้องหลัง ที่อำเภอหาดใหญ่ จสงขลา หลังเกิดเหตุระเบิดจักรยานยนต์บอมบ์ในตลาดสดกลางเมืองยะลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจการค้าใจกลางเมืองหาดใหญ่มากยิ่งขึ้น ทั้งตรวจสอบรถต้องสงสัยที่ถูกนำมาจอดในย่านการค้าและสิ่งของต้องสงสัยต่างๆ เพื่อป้องกันเหตุลอบวางระเบิด รวมทั้งด่านตรวจด้านความมั่นคงทั้ง 3 แห่งสแกนรถขาเข้าเมืองหาดใหญ่อย่างละเอียด โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอชายแดนทั้ง อจะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย และ อสะเดาก็มีการสั่งการให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ มีรายงานว่า หน่วยข่าวได้แจ้งเตือนล่วงหน้าให้เฝ้าระวังการก่อเหตุรุนแรงระหว่างวันที่ 20-26 มค61 ทั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง จสงขลามาก่อนหน้านี้แล้ว หลังจากทราบความเคลื่อนไหวว่ากลุ่มของนายบูคอรี หลำโสะ แกนนำกลุ่มก่อการร้ายเตรียมการก่อเหตุร้ายอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่อำเภอเบตง จยะลา นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคงเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจการค้า ใจกลางเมืองมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ รวมทั้งตรวจสอบรถทุกชนิดที่ต้องสงสัยและรถที่ถูกนำมาจอดทิ้งไว้ผิดสังเกตในย่านการค้า รวมทั้งสิ่งของต้องสงสัยต่างๆ ที่อยู่ผิดที่ เพื่อป้องกันการลอบวางระเบิด รวมทั้งด่านตรวจด้านความมั่นคงให้ตรวจสอบรถทุกชนิด ทั้งขาเข้าเมืองเบตงและขาออกจากพรมแดนไทย-มาเลเซีย ทุกจุดให้มีการสั่งการให้เฝ้าระวังเช่นกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสชแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากเหตุระเบิดภายในตลาดสดรถไฟ (พิมลชัย) เทศบาลนครยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 18 คน โดยได้กำชับไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องให้เร่งดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ นายกฯ ยังได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำไปใช้ในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว พร้อมทั้งออกปฏิบัติการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยแก่ประชาชน เบื้องต้นทราบว่าเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมวัตถุพยาน และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้พอทราบเบาะแสของคนร้ายแล้ว พลทสรรเสริญกล่าว โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า นายกฯ ห่วงใยสวัสดิภาพของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่อุกอาจ มุ่งทำลายชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนใจต่อคนในพื้นที่ เนื่องจากในเขตเทศบาลนครยะลาไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นมานานแล้ว จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันประณามพฤติกรรมที่สุดโต่งเช่นนี้ รวมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนร่วมกันสอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตาและแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ด้วย ส่วน พตอกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) กล่าวว่า พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตรแสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ และยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนที่เข้ามาทำธุรกิจ ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น เหตุระเบิดในครั้งนี้อาจเกิดจากฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่สร้างสถานการณ์ในพื้นที่ หรือเกี่ยวกับความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดๆ ทิ้งไป จนกว่าจะมีพยานหลักฐานชัดเจนไปถึงผู้ก่อเหตุ จึงขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา เฝ้าสังเกตบุคคล วัตถุต้องสงสัย หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที รองโฆษก สตชกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
ar2 | <动态当天时间> | อ่าน(652) | แสดงความคิดเห็น(685)
เปิดปมฆ่าหั่นศพเผานั่งยาง เหตุเมียคบชู้ หนุ่มฆ่าผัวเฒ่าชาวอิตาลี พบจดหมายผู้ตาย ที่เธอบอกว่ารัก เพราะเพียงต้องการเงินเท่านั้น ไม่เคยเจอใครเลวเท่านี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรพิจิตรตั้งชุดไล่ล่า เตรียมออกหมายจับเมียสาวชาวไทยสมคบผัวหนุ่มชู้ชาวฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร พลตตธวัชชัย มวลนรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ได้ประชุมทีมสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีฆ่าหั่นศพเผานั่งยางบริเวณจุดเกิดเหตุข้างอ่างเก็บน้ำบ้านบึงทับจั่น ตรงข้ามองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมรัง ตแหลมรัง อบึงนาราง จพิจิตร เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและตำรวจท่องเที่ยวได้สรุปรวบรวมพยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ และหลักฐานที่ตรวจค้นภายในบ้านพักของผู้ต้องสงสัย ส่งตรวจพิสูจน์ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสืบสวนทางอุปกรณ์เทคโนโลยีสื่อสารในทางลับ ตลอดจนพยานสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะลูกของนางรุธจิรา เอี่ยมละม้าย ภรรยาผู้เสียชีวิต มาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทราบผลพิสูจน์ต่างๆ ในเร็ววันนี้ เพื่อนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องสงสัยและผู้ร่วมขบวนการ พลตตธวัชชัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบวัตถุพยานหลักฐานและพยานบุคคล ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าผู้ตายคือ นายจูเซปเป เดอ สเตฟานี (โจเซฟ) อายุ 61 ปี ชาวอิตาลีอย่างแน่นอน ส่วนนางรุธจิรา ซึ่งขณะนี้ตกเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะหลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปกับสามีใหม่ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส คือนายฮามัวรี ก็ได้หลบหนีไปพร้อมกัน โดยใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กค 1374 สมุทรสงคราม นอกจากนี้ยังพบจดหมายที่นายจูเซปเป เดอ สเตฟานี ผู้ตายได้เขียนทิ้งเอาไว้ 1 ฉบับ มีข้อความว่า ที่เธอบอกว่ารัก เพราะเพียงต้องการเงินเท่านั้น ไม่เคยเจอใครเลวเท่านี้ ทำให้มีการทะเลาะกันรุนแรง สำหรับนายฮามัวรี ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส ได้รับการยืนยันจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าเป็นบุคลต้องห้ามในการเข้ามาในราชอาณาจักร จึงเป็นชนวนเหตุฆาตกรรมในครั้งนี้ อีกทั้งยังพบหลักฐานคือ ก้นบุหรี่ยี่ห้อเรออฟ ซึ่งไม่มีขายในไทย จึงค่อนข้างชัดเจนว่าผู้ตายคือนายสเตฟานี ชาวอิตาลี อย่างไรก็ตาม ได้ส่งทีมติดตามตัวนางรุธจิรา และนายฮามัวรี ชาวฝรั่งเศสมาสอบสวน ซึ่งเชื่อว่าในการก่อเหตุครั้งนี้จะมีคนอื่นๆ ร่วมด้วยอีก 2-3 คน โดยได้ส่งทีมสืบสวนเพิ่มเติมอีกชุดหนึ่งแกะรอยติดตามอยู่ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ คาดว่าในเร็ววันนี้จะสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษได้อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นคดีอุจฉกรรจ์และสะเทือนขวัญคนในท้องที่เป็นอย่างมาก【อ่านข้อความเต็ม】
wpn | <动态当天时间> | อ่าน(169) | แสดงความคิดเห็น(799)
แท็กซี่น้ำใจงามเก็บเงินสดเกือบแสนบาทคืนนักท่องเที่ยวชาวจีนทำหล่นไว้ พร้อมมอบเงินให้คนขับจำนวน 5,000 บาทเป็นสินน้ำใจ เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ FM 91 คลื่นเพื่อข่าวสารความปลอดภัยและจราจร กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายวิทยา ประไพ คนขับรถแท็กซี่ ส่งมอบคืนกระเป๋าสตางค์พร้อมเงินสดเงินไทยและเงินสกุลหยวนรวมมูลค่า 94,320 บาท ให้กับนายหลิง ฟาน อายุ 41 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งทำหล่นบนรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทส 8036 กรุงเทพมหานคร ขณะใช้บริการช่วงค่ำวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา จากสนามบินดอนเมืองไปที่พักย่านนวลจันทร์ โดยมี นสไจตนย์ ศรีวังพล ผู้บริหารสถานี ร่วมเป็นสักขีพยาน นายวิทยา ประไพ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 117 หมู่ 5 ตหนองเต็ง อกระสัง จบุรีรัมย์ ผู้ขับรถแท็กซี่ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 1800 น วันที่ 15 มค61 รับผู้โดยสารผู้ชายและผู้หญิงนักท่องเที่ยวชาวจีน จากอาคาร 1 ท่าอากาศยานดอนเมือง ไปส่งที่เดอะ เอเรีย ตรงข้ามซอยนวลจันทร์ 34 หลังจากนั้นแวะกินข้าวภายในปั๊มแก๊สใกล้ปากซอยนวลจันทร์ ฝั่งถนนเลียบทางด่วนฯ ตนออกขับรถรับ-ส่งผู้โดยสารต่อ ระหว่างที่ผู้โดยสารลงรถย่านเอกมัย พบกระเป๋าสตางค์สีดำแบบยาวหล่นอยู่ที่วางเท้าผู้โดยสารตอนหลัง เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้โดยสารหญิงขึ้นมาเห็นพอดี จึงช่วยกันเปิดกระเป๋าตรวจดูทรัพย์สิน ระหว่างนั้นก็ขับรถไปที่ซอยรามคำแหง 43/1 ภายในกระเป๋าไม่มีเอกสารระบุชื่อเจ้าของ มีแต่เงินสดซึ่งเป็นเงินบาทไทยและธนบัตรสกุลเงินหยวนของประเทศจีน เมื่อตรวจนับเบื้องต้นพร้อมกับผู้โดยสารผู้หญิงแล้ว ตนได้โทรศัพท์เข้ามาที่สถานีวิทยุ สวพ FM 91 เพื่อประกาศตามหาเจ้าของเงิน เพราะเงินจำนวนนี้ไม่ใช่ของเรา ไม่อยากใช้ อยากส่งคืนให้เจ้าของ เพราะกลัวเขาเดือดร้อน เมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2560 ผมเก็บเงินสดได้กว่า 1 หมื่นบาทของนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ผมถ่ายรูปโพสต์เข้ามาในแฟนเพจ สวพ FM 91 กระทั่งเพื่อนเจ้าของกระเป๋าเงินเห็นโพสต์ พร้อมกับเดินทางไปรับทรัพย์สินคืน ณ จุดที่ตนจอดรถย่านสุขุมวิท นายวิทยากล่าว นสไจตนย์กล่าวว่า หลังจากนายวิทยา โชเฟอร์แท็กซี่น้ำใจงาม นำเงินสดกว่า 90,000 บาทเข้ามาฝากไว้ที่สถานี เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบกับตำรวจ สนโคกคราม ซึ่งเป็นจุดนักท่องเที่ยวลงรถ พบว่า เวลา 2100 น วันที่ 15 มกราคม 2561 นายหลิว ฟาน ได้เข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวนว่าได้ใช้บริการรถแท็กซี่ สีแดง ทะเบียน ทศ 8036 กรุงเทพมหานคร จากสนามบินดอนเมือง ไปลงที่ถนนนวลจันทร์ ลืมกระเป๋าสตางค์ ภายในมีเงินบาทไทยประมาณ 30,000 บาท และเงินหยวนประมาณ 10,000 หยวน บนรถแท็กซี่คันดังกล่าว ซึ่งตรงกับข้อมูลที่โชเฟอร์แท็กซี่แจ้งไว้ก่อนหน้า จึงได้ประสานงานนัดหมายให้ทั้งสองฝ่ายเข้ามาพบกัน ด้านนายหลิว ฟาน กล่าวขอบคุณในความเป็นคนดีของคนขับรถแท็กซี่ ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองจีน ตนไม่ได้เงินก้อนนี้กลับคืนแน่นอน ประเทศไทยมีคนดี พร้อมมอบสินน้ำใจจำนวน 5,000 บาทให้คนขับแท็กซี่ด้วย【อ่านข้อความเต็ม】
mxw | <动态当天时间> | อ่าน(670) | แสดงความคิดเห็น(288)
รายงานของเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันอังคารที่ 23 มกราคม 2561 กล่าวว่า ภาพข่าวของสถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่นเผยภาพกลุ่มควันหนาทึบสีดำฟุ้งกระจายพร้อมกับก้อนหินที่กระเด็นกระดอนลงมาจากด้านข้างของภูเขาไฟที่มีหิมะปกคลุม ตกใส่เนินสกีในรัศมี 1 กิโลเมตรของภูเขาไฟคุซัตสึชิราเนะ ใกล้เมืองคุซัตสึ ทางภาคกลางของญี่ปุ่น【อ่านข้อความเต็ม】
1xp | <动态当天时间> | อ่าน(863) | แสดงความคิดเห็น(196)
ภาพมุมสูงของสกีรีสอร์ตที่เกิดหิมะถล่มเมื่อวันอังคาร ภาพ AFP / JIJI PRESS【อ่านข้อความเต็ม】
it1 | 2021-04-16 | อ่าน(598) | แสดงความคิดเห็น(883)
บิ๊กตู่ ป้อง นาฬิกาป้อม เรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวงบประมาณแผ่นดิน 23 มกราคม พศ 2561 เวลา 15:15 น 【อ่านข้อความเต็ม】
kv1 | 2021-04-16 | อ่าน(232) | แสดงความคิดเห็น(664)
23 มค61 -ความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพเผานั่งยางที่เป็นคดีสะเสือนขวัญ ขณะนี้มีรายงานความคืบหน้าล่าสุด จากกรณีที่ นายจูเซปเป้ เดอ สเตฟานี่ อายุ 62 ปี สัญชาติอิตาลี ถูกฆ่าและนำศพมาเผายางที่บริเวณอ่างเก็บน้ำ บ้านบึงทับจั่น หมู่ที่ 3 ตแหลมรัง อบึงนางราง จพิจิตร เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากที่พบศพชายที่ถูกฆ่าหั่นศพนั่งเผายาง คือนายจูเซปเป้ เดอ สเตฟานี่ ชาวอิตาลี สามีของนางรุธจิรา เอี่ยมละม้าย อายุ 37 ปี ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุ นางรุธจิรา ได้หายตัวไปพร้อมกับนายฮามัวนี่ ชู้รักชาวฝรั่งเศส พร้อมด้วยรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีบอนด์ หมายเลขทะเบียน กค-1374 สมุทรสงคราม ความคืบหน้า วันนี้ พลตตสุกิจ สมณะ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 6 ได้เดินทางมาดูความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี โดยมี พลตตธวัชชัย มวญนรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 6 และชุดสืบสวนจังหวัดพิจิตร ได้เข้าร่วมประชุมหาแนวทางการสืบสวน หลังการประชุม พลตตสุกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีสะเทือนขวัญและประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จึงเรียกประชุมชุดสืบสวนทั้งในจังหวัดพิจิตร และชุดสืบสวนของภาค 6 รวมทั้งตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มาร่วมประชุมหาแนวทางการสืบสวน และเร่งไล่ล่าตัวคนร้าย ซึ่งมั่นใจแล้วว่า คนร้ายคือนางรุจิรา และนายฮามัวนี่ พลตตสุกิจ เผยอีกว่า ส่วนลูกชายของนายจูเซปเป้ เดอ สเตฟานี คือ นายลูก้า เดอ สเตฟานี อายุ 30 ปี หลังจากที่ทราบข่าว ได้เดินทางมาดูศพบิดา และยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ผู้เสียชีวิตนั้นคือพ่อของตนเองอย่างแน่นอน เพราะจำรอยสักที่ต้นขาขวาได้ ซึ่งนายลูก้า ยืนยันแบบนั้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวนายลูกก้า ไปพิสูจน์ ดีเอ็นเอ อีกครั้ง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ด้านพลตตธวัชชัย มวญนรา ผบกตรพิจิตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สอบพยานไปแล้ว 10 ปาก ได้เก็บหลักฐานรวบรวมเอาไว้ ซึ่งตอนนี้ก็ขอให้จับตัวนางรุจิรา และนายฮามัวนี่ได้เสียก่อน เพราะทราบว่า มีผู้ร่วมกันกระทำความผิดอีก 3 ราย ซึ่งในวันนี้ เราได้เข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุอีก 3 จุด ซึ่งก็พบเบาะแสเกี่ยวกับหลักฐานต่างๆมากมาย โดยเฉพาะ ถังน้ำ ที่อยู่ในบ้านของนางรุจิรา และปรากฏว่า ถังใส่น้ำนั้นไปอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเชื่อว่า นางรุจิราได้นำถังไปใส่น้ำมัน เพื่อเผาร่างนายจูเซปเป้ ส่วนกรณีเรื่องโทรศัพท์มือถือของนางรุจิราที่ทราบว่ามีการโทรครั้งสุดท้ายนั้นอยู่ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร จากนั้นได้ปิดเครื่อง ล่าสุดทราบว่า นางรุจิรา ได้นำโทรศัพท์เครื่องดังกล่าว เข้าไปที่ห้างแม็คโค และเปลี่ยนเครื่องใหม่ ซึ่งตอนนี้ เชื่อว่า นางรุจิรา กำลังติดต่อขอความช่วยเหลือจากคนรู้จัก เพราะหลังจากที่ก่อเหตุ นางรุธจิรา ได้นำบัตรเอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ ของนายจูเซปเป้ ไปกดที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย และก็ได้กดเงินไปจนหมด ซึ่งตอนนี้ตำรวจกำลังเร่งล่าตัวอย่างกระชั้นชิด คาดว่าอีกไม่นานต้องได้ตัวอย่างแน่นอน เพราะเงินของนางรุธจิรานั้นหมดแล้ว ส่วนนายฮามัวนี่นั้นไม่มีเงินเพราะเป็นบุคคลต้องห้าม ติดแบล็คลิสต์ห้ามเข้าประเทศไทย แต่ก็รู้จักวิธีการหนี เพราะลักลอบเข้ามาเมืองไทย โดยการแอบผ่านเข้ามาทางประเทศลาว และขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานเพื่อขอศาลในการอนุญาตให้ออกหมายจับ นางรุธจิรา และนายฮามัวนี่แล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้แจ้งเบาะแสว่า นายฮามัวนี่นั้นมีบาดแผลถูกฟันที่ใบหน้า เป็นทางยาว หากผู้ใดพบเห็นให้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ทันที 【อ่านข้อความเต็ม】
laz | 2021-04-16 | อ่าน(692) | แสดงความคิดเห็น(560)
อายัดเงินเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์คืนเจ้าของ 2 ราย เป็นเงินกว่า 53 แสนบาท ด้าน ตรภ4 รู้แล้ว 2 คนร้ายกดเงินที่ จสงขลา ส่งนักสืบตามประกบหวั่นหลบหนีออกนอกประเทศ พร้อมตรวจสอบเส้นทางทางการเงินทั้งระบบหลังมีหลักฐานการโอนเงินจากต้นทางไปยังปลายทางชัดเจน นพดล เผยรอผลการพิสูจน์ตัวบุคคลแล้วเสร็จออกหมายจับทันที ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พลตอธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร, พลตตชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบชก ร่วมกันแถลงมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่อายัดได้จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 2 ราย เป็นเงิน 532,000 บาท พลตอธนิตศักดิ์เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำ ความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นหรือกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนทั่วไป และมีผู้หลงเชื่อจนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก พลตอธนิตศักดิ์กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) ร่วมปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากการปฏิบัติงานของสายด่วน 1710 ของ ปปง และสายด่วน 1155 ของ ตร ร่วมกับทางธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงให้โอนไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายแล้วระงับไม่ให้สามารถถอนเงินออกไป จึงได้นำเงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย จำนวน 2 ราย รวมเป็นเงิน 532,000 บาท ผู้เสียหายรายที่ 1 อยู่ในพื้นที่ สนบางกอกน้อย ได้ถูกหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน 946,000 บาท คดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้จำนวน 500,000 บาท ผู้เสียหายรายที่ 2 คดีพื้นที่ สภแหลมฉบัง ผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน 32,000 บาท คดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้ทั้งหมด สรุปจากการผลการปฏิบัติงานในการอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงจำนวน 23 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,050,894 บาท ที่ปรึกษาพิเศษ ตรเปิดเผยต่อว่า จากสถิติการรับแจ้งเหตุของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ศปฉปทนตร) รับแจ้งเหตุตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 20 มกราคม 2561 จำนวน 187 คดี มูลค่าความเสียหาย 96,039,468 บาท วันเดียวกัน ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จขอนแก่น พตอนพดล เพ็ชรสุทธิ์ รอง ผบกภจวขอนแก่น เปิดเผยว่า การสืบสวนสอบติดตามจับกุมคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ข้าราชการตำรวจสังกัด สภเมืองประจวบคีรีขันธ์ และ พลตทบุญเลิศ ใจประดิษฐ อดีต ผบชภ4 จนมีเหยื่อหลงเชื่อ ซึ่งรายล่าสุดเป็นแม่ค้าชาวขอนแก่น หลงเชื่อให้เอกสารสำคัญและเลขรหัสประจำตัวกับกลุ่มคนร้ายจนสูญเงินไปร่วม 100,000 บาท แนวทางการสืบสวนสอบสวนทั้งหมดเป็นไปอย่างคู่ขนาน มีความคืบหน้าทางคดีทุกวัน โดยเฉพาะการแกะรอยจากปลายทางคือ บุคคลที่ไปกดเงินออกจากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ผู้เสียหายมีการตรวจสอบเลขที่บัญชีมาแล้วพบว่าเงินของตนโอนไปยังธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีเลขที่บัญชีและตัวตนของเจ้าของบัญชีจริง โดยเปิดบัญชีสาขาคลองแงะ จสงขลา ทีมสืบสวนได้ประสานการทำงานร่วมกับทางธนาคาร จนทราบถึงตัวบุคคลที่กดเงินสดออกจากเลขที่บัญชีดังกล่าวทั้งหมด 3 ครั้ง โดยมีผู้ร่วมมือกัน 2 คน เป็นผู้ชายและผู้หญิงปิดบังใบหน้า ขณะนี้ยังคงไม่ออกหมายจับ เพราะได้ส่งภาพถ่ายไปตรวจพิสูจน์บุคคล หากข้อมูลแน่ชัดและเทียบเคียงตัวบุคคลแล้วเสร็จ จะขออำนาจศาลออกหมายจับทันที เราจะไม่ออกหมายจับเพียงแค่ภาพที่เราพบเห็นเท่านั้น วันนี้เราได้ภาพคนที่กดเงินออกจากบัญชีปลายทางที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โอนเงินไปแล้ว ภายหลังจากที่ผู้เสียหายหลงเชื่อและยินยอมให้เลขรหัสประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเอกสารข้อมูลต่างๆ ทางการเงิน ขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนของการตรวจพิสูจน์ตัวบุคคลเพื่อยืนยันตัวตนที่ชัดเจน จึงจะทำการขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับ โดยยังคงไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นคนไทยหรือต่างชาติ เพราะพื้นที่ปลายทางทั้งสมุดบัญชีธนาคารและคนกดเงินนั้น มีพฤติกรรมอยู่ในพื้นที่ตามแนวเขตชายแดน ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรัดกุม รอบคอบทั้งหมด พตอนพดลกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
g2g | 2021-04-16 | อ่าน(238) | แสดงความคิดเห็น(126)
นิว นัดบุกสภาทวงซักฟอกรัฐบาล ขู่ บิ๊กสนช ต้องมารับเรื่อง 22 มกราคม พศ 2561 เวลา 21:51 น 【อ่านข้อความเต็ม】
ocj | 2021-04-15 | อ่าน(170) | แสดงความคิดเห็น(175)
แท็กซี่น้ำใจงามเก็บเงินสดเกือบแสนบาทคืนนักท่องเที่ยวชาวจีนทำหล่นไว้ พร้อมมอบเงินให้คนขับจำนวน 5,000 บาทเป็นสินน้ำใจ เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ FM 91 คลื่นเพื่อข่าวสารความปลอดภัยและจราจร กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายวิทยา ประไพ คนขับรถแท็กซี่ ส่งมอบคืนกระเป๋าสตางค์พร้อมเงินสดเงินไทยและเงินสกุลหยวนรวมมูลค่า 94,320 บาท ให้กับนายหลิง ฟาน อายุ 41 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งทำหล่นบนรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทส 8036 กรุงเทพมหานคร ขณะใช้บริการช่วงค่ำวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา จากสนามบินดอนเมืองไปที่พักย่านนวลจันทร์ โดยมี นสไจตนย์ ศรีวังพล ผู้บริหารสถานี ร่วมเป็นสักขีพยาน นายวิทยา ประไพ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 117 หมู่ 5 ตหนองเต็ง อกระสัง จบุรีรัมย์ ผู้ขับรถแท็กซี่ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 1800 น วันที่ 15 มค61 รับผู้โดยสารผู้ชายและผู้หญิงนักท่องเที่ยวชาวจีน จากอาคาร 1 ท่าอากาศยานดอนเมือง ไปส่งที่เดอะ เอเรีย ตรงข้ามซอยนวลจันทร์ 34 หลังจากนั้นแวะกินข้าวภายในปั๊มแก๊สใกล้ปากซอยนวลจันทร์ ฝั่งถนนเลียบทางด่วนฯ ตนออกขับรถรับ-ส่งผู้โดยสารต่อ ระหว่างที่ผู้โดยสารลงรถย่านเอกมัย พบกระเป๋าสตางค์สีดำแบบยาวหล่นอยู่ที่วางเท้าผู้โดยสารตอนหลัง เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้โดยสารหญิงขึ้นมาเห็นพอดี จึงช่วยกันเปิดกระเป๋าตรวจดูทรัพย์สิน ระหว่างนั้นก็ขับรถไปที่ซอยรามคำแหง 43/1 ภายในกระเป๋าไม่มีเอกสารระบุชื่อเจ้าของ มีแต่เงินสดซึ่งเป็นเงินบาทไทยและธนบัตรสกุลเงินหยวนของประเทศจีน เมื่อตรวจนับเบื้องต้นพร้อมกับผู้โดยสารผู้หญิงแล้ว ตนได้โทรศัพท์เข้ามาที่สถานีวิทยุ สวพ FM 91 เพื่อประกาศตามหาเจ้าของเงิน เพราะเงินจำนวนนี้ไม่ใช่ของเรา ไม่อยากใช้ อยากส่งคืนให้เจ้าของ เพราะกลัวเขาเดือดร้อน เมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2560 ผมเก็บเงินสดได้กว่า 1 หมื่นบาทของนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ผมถ่ายรูปโพสต์เข้ามาในแฟนเพจ สวพ FM 91 กระทั่งเพื่อนเจ้าของกระเป๋าเงินเห็นโพสต์ พร้อมกับเดินทางไปรับทรัพย์สินคืน ณ จุดที่ตนจอดรถย่านสุขุมวิท นายวิทยากล่าว นสไจตนย์กล่าวว่า หลังจากนายวิทยา โชเฟอร์แท็กซี่น้ำใจงาม นำเงินสดกว่า 90,000 บาทเข้ามาฝากไว้ที่สถานี เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบกับตำรวจ สนโคกคราม ซึ่งเป็นจุดนักท่องเที่ยวลงรถ พบว่า เวลา 2100 น วันที่ 15 มกราคม 2561 นายหลิว ฟาน ได้เข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวนว่าได้ใช้บริการรถแท็กซี่ สีแดง ทะเบียน ทศ 8036 กรุงเทพมหานคร จากสนามบินดอนเมือง ไปลงที่ถนนนวลจันทร์ ลืมกระเป๋าสตางค์ ภายในมีเงินบาทไทยประมาณ 30,000 บาท และเงินหยวนประมาณ 10,000 หยวน บนรถแท็กซี่คันดังกล่าว ซึ่งตรงกับข้อมูลที่โชเฟอร์แท็กซี่แจ้งไว้ก่อนหน้า จึงได้ประสานงานนัดหมายให้ทั้งสองฝ่ายเข้ามาพบกัน ด้านนายหลิว ฟาน กล่าวขอบคุณในความเป็นคนดีของคนขับรถแท็กซี่ ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองจีน ตนไม่ได้เงินก้อนนี้กลับคืนแน่นอน ประเทศไทยมีคนดี พร้อมมอบสินน้ำใจจำนวน 5,000 บาทให้คนขับแท็กซี่ด้วย【อ่านข้อความเต็ม】
2pl | 2021-04-15 | อ่าน(122) | แสดงความคิดเห็น(459)
ด้าน นางสาวสุพิชา ระบุว่า ตนไม่เข้าใจทำไมกรรมการ ที่เปิดเผยข้อเท็จจริง ที่โปร่งใส ทำไมไม่ให้ลุงและน้าเข้าไป เพราะเลี้ยงน้องมาตั้งแต่เด็ก【อ่านข้อความเต็ม】
wk2 | 2021-04-15 | อ่าน(654) | แสดงความคิดเห็น(699)
ถึง ลูกชายใหญ่ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ด้วยเมื่อวันที่ ๖ เดือนนี้ เวลากลางคืน เป็นเวลาที่เจ้ามีอายุเต็มเสมอเท่ากับพ่อเมื่อได้รับสมบัติเป็นเจ้าแผ่นดิน นึกตั้งใจไว้ว่าจะเขียนหนังสืออำนวยพร และสั่งสอนตักเตือนเล็กน้อย ก็เฉพาะถูกเวลาลงไปปากลัดเสีย จึงเป็นแต่บอกด้วยปากโดยย่อ บัดนี้พอที่จะหาเวลาเขียนหนังสือฉบับนี้ได้ จึงได้รีบเขียน ขอเริ่มความว่า คำซึ่งกล่าวว่า ได้รับสิริราชสมบัติ เป็นคำไพเราะจริงหนอเพราะสมบัติย่อมเป็นที่ปรารถนาของบุคคลทั่วหน้า และย่อมจะคิดเห็นโดยง่าย ๆ ว่า ผู้ซึ่งได้เป็นเจ้าแผ่นดินแล้ว ย่อมจะมีเกียรติยศยิ่งกว่าคนสามัญ ย่อมจะมีอำนาจอาจจะลงโทษแก่ผู้ ซึ่งไม่พอใจ อาจจะยกย่องเกื้อกูลแก่ผู้ซึ่งพึงใจ และเป็นผู้มีสมบัติมาก อาจจะใช้สอยเล่นหัวหรือให้ปันแก่ผู้ที่พึงใจได้ตามประสงค์ ผลแห่งเหตุที่ควรยินดี กล่าวโดยย่อเพียงเท่านี้ ยังมีข้ออื่นอีกเป็นหลายประการ จะกล่าวไม่รู้สิ้น แต่ความจริง หาเป็นเช่นความคาดหมายของคนทั้งปวงดังนั้นไม่ เวลาซึ่งกล่าวมาแล้ว อันจะพูดตามคำไทยอย่างเลว ๆ ว่ามีบุญขึ้นนั้น ที่แท้จริงเป็นผู้มีกรรมและมีทุกข์ยิ่งขึ้น ดังตัวพ่อได้เป็นมาเองอันจะเล่าโดยย่อมให้ทราบต่อไปนี้ ในเวลานั้น อายุพ่อเพียง ๑๕ ปีกับ ๑๐ วัน ไม่มีมารดา มีญาติฝ่ายมารดาก็ล้วนแต่โลเลเหลวไหล หรือไม่โลเลเหลวไหลก็มิได้ตั้งอยู่ในตำแหน่งราชการอันใดเป็นหลักฐาน ฝ่ายญาติข้างพ่อ คือเจ้านายทั้งปวง ก็ตกอยู่ในอำนาจสมเด็จเจ้าพระยา และต้องรักษาตัวรักษาชีวิตอยู่ด้วยกันทั่วทุกองค์ ที่ไม่เอื้อเฟื้อต่อการอันใดเสียก็มีโดยมาก ฝ่ายข้าราชการ ถึงว่ามีผู้ที่ได้รักใคร่สนิทสนมอยู่บ้าง ก็เป็นแต่ผู้น้อยโดยมาก ที่เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่มีกำลังสามาถอาจจะอุดหนุนอันใด ฝ่ายพี่น้องซึ่งร่วมบิดาหรือร่วมทั้งมารดาก็เป็นเด็ก มีแต่อายุต่ำกว่าพ่อลงไปไม่สามารถจะทำอะไรได้ทั้งสิ้น ส่วนตัวพ่อเอง ยังเป็นเด็กอายุเพียงเท่านั้น ไม่มีความสามารถรอบรู้ในราชการอันใดที่จะทำการตามหน้าที่ แม้แต่เพียงเสมอเท่าที่ทูลกระหม่อมทรงประพฤติมาแล้วได้ ยังซ้ำเจ็บเกือบจะถึงแก่ความตาย อันไม่มีผู้ใดสักคนเดียว ซึ่งจะเชื่อว่าจะรอด ยังซ้ำถูกอันตรายอันใหญ่ คือทูลกระหม่อมเสด็จสวรรคตในขณะนั้นเปรียบเหมือนคนที่ศีรษะขาดแล้ว จับเอาแต่ร่างกายขึ้นตั้งไว้ในที่สมมติกษัตริย์ เหลือที่จะพรรณนาถึงความทุกข์อันต้องเป็นกำพร้าในอายุเพียงเท่านั้น และความหนักของมงกุฎอันเหลือที่คอจะทานไว้ได้ ทั้งมีศัตรูซึ่งมุ่งหมายอยู่โดยเปิดเผยรอบข้างทั้งภายในภายนอก หมายเอาทั้งในกรุงเองและต่างประเทศ ทั้งโรคภัยในกายเบียดเบียนแสนสาหัส เพราะฉะนั้น พ่อจึงถือว่าวันนั้นเป็นวันเคราะห์ร้ายอย่างยิ่ง อันตั้งแต่เกิดมาพึ่งได้มีแก่ตัว จึงสามารถที่จะกล่าวในหนังสือฉบับก่อนว่า เหมือนตะเกียงอันริบหรี่ แต่เหตุใดจึงไม่ดับ เป็นข้อที่ควรจะถามหรือควรจะเล่าบอกการที่ไม่ดับไปได้นั้น ๑ คือเยียวยารักษาร่างกายด้วยยาบำบัดโรค และความอดกลั้นต่อปรารถนา คือ ไม่หาความสุขเพราะกินของที่มีรสอร่อยอันจะทำให้เกิดโรคอย่างหนึ่ง ๒ ปฏิบัติอธิษฐานใจเป็นกลาง มิได้สำแดงอาการกิริยา โดยแกล้งทำอย่างเดียว ตั้งใจเป็นความแน่นอนมั่นคง เพื่อจะแผ่ความแมตตากรุณาต่อชนภายใน คือ น้อง และแม่เลี้ยงทั้งปวง ตามโอกาสที่จะทำได้ ให้เห็นความจริงใจว่า มิได้มุ่งร้ายหมายขวัญต่อผู้หนึ่งผู้ใด การอันใดที่เป็นข้อกระทบกระเทือนมาเก่าแก่เพียงใด มากหรือน้อย ย่อมสำแดงให้ปรากฎว่า ได้ละทิ้งเสียมิได้นึกถึงเลย คิดแต่จะมั่วสุมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยควรที่จะสงเคราะห์ได้อย่างใดก็สงเคราะห์ มีที่สุดถึงว่าอายุน้อยเพียงเท่านั้น ยังได้จูงน้องเด็ก ๆ ติดเป็นพรวนโตอยู่ทุกวัน แม่เจ้าคงจะจำได้ในการที่พ่อประพฤติอย่างใดในขณะนั้น ๓ ส่วนพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ใหญ่ ซึ่งท่านเชื่อเป็นแน่ว่า พ่อเป็นแต่เจว็ดครั้งหนึ่งคราวหนึ่งอย่างเรื่องจีน แต่ถึงดังนั้นพ่อได้แสดงความเคารพนับถืออ่อนน้อมต่อท่านอยู่เสมอ เหมือนอย่างเมื่อยังมิได้เลือกขึ้นเป็นสมมติกษัตริย์เช่นนั้น จนท่านก็มีความเมตตาปรานีขึ้นทุกวัน ๆ ๔ ส่วนข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ซึ่งรู้อยู่ว่ามีความรักใคร่นับถือพ่อมาแต่เดิม ก็ได้แสดงความเชื่อถือรักใคร่ยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน จนมีความหวังใจว่า ถ้ากระไรคงจะได้ดีสักมื้อหนึ่งหรือถ้ากระไรก็จะเป็นอันตรายสักมื้อหนึ่ง ๕ ผู้ซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นศัตรูปองร้าย ก็มิได้ตั้งเวรตอบคืนเอาไปงัดไม้ซุง ย่อมเคารพนับถือและระมัดระวัง มิให้เป็นเหตุว่า คิดจะประทุษร้ายตอบหรือโอนอ่อนยอมไปทุกอย่าง จนไม่รู้ว่าผิดว่าชอบเพราะเหตุที่รู้อยู่ว่าเป็นศัตรู ๖ ข้าราชการซึ่งเป็นกลางคอยฟังว่าชนะไหนจะเล่นนั่นนั้นมีเป็นอันมาก แต่พ่อมิได้แสดงความรู้สึกให้ปรากฏเลย ย่อมประพฤติต่อด้วยอาการเสมอ แล้วแต่ความดีความชั่วของผู้นั้น แม้ถึงรู้อยู่ว่าเป็นศัตรูหรือเฉย ๆ แต่เมื่อทำความดีแล้วต้องช่วยยกย่องให้ตามคุณความดี ๗ ผู้ซึ่งเป็นญาติพี่น้อง มิได้ยกย่องให้มียศศักดิ์เกินกว่าวาสนาความดีของตัวผู้นั้น ถ้าผู้นั้นทำผิดต้องปล่อยให้ได้รับความผิด ผู้นั้นทำความดี ก็ได้รับความดีเท่ากับคนทั้งปวง มีแปลกอยู่แต่เพียงมารู้อยู่ในใจด้วยกันแต่เพียงว่า ปรารถนาจะให้ไปในทางดี เพื่อจะได้ยกย่องขึ้น เมื่อไปทางที่ผิดก็เป็นที่เสียใจ แต่ความเสียใจนั้นไม่มาหักล้าง มิให้ยินยอมให้ผู้ผิดต้องรับความผิด ๘ ละเว้นจากความสุขสบาย คือกินและนอนเป็นต้น สักแต่ชั่วรักษาชีวิตไว้ พอดำรงวงศ์ตระกูลสืบไป พยายามหาคนที่จะใช้สอยอันควรจะเป็นที่วางใจได้ มีน้องเป็นต้น อันมีอายุเจริญขึ้นโดยลำดับ ๙ เมื่อมีผู้ที่ร่วมคิดในทางอันดีมากขึ้น จึงค่อยแผ่อำนาจออกโดยยึดเอาทางที่ถูก ต่อสู้ทางที่ผิด เมื่อชนะได้ครั้งหนึ่งสองครั้ง ความนิยมของคนซึ่งตั้งอยู่ในทางกลาง ย่อมรวนเรหันมาเห็นด้วยก่อน จึงเกิดความนิยมมากขึ้น ๆ จนถึงผู้ซึ่งเป็นศัตรูก็ต้องกลับมาเป็นมิตร เว้นไว้แต่ผู้ซึ่งมีความปรารถนากล้า อันจะถอยกลับมิได้เสียแล้ว ก็ต้องทำไปแต่ย่อมเห็นว่า กำลังอ่อนลงทุกเมื่อ ๆ ๑๐ พ่อไม่ปฏิเสธว่า ในเวลาหนุ่มคะนองเช่นนั้นจะมิได้ซุกซน อันเป็นเหตุให้พลาดไปหลายครั้ง แต่อาศัยเหตุโอบอ้อมที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น และความรู้เห็นในผู้ซึ่งควรจะไว้ใจได้แก้ไขให้รอดจากความเสีย ถ้าไม่ได้ประพฤติใจดังเบื้องต้นแล้ว ไหนเลยจะรอดอยู่ได้ คงล่มเสียนานแล้ว การอันใดซึ่งเกิดเป็นการใหญ่ ๆ ขึ้น ดูก็ไม่น่าที่จะยกหยิบเอามากล่าวในที่นี้ เพราะจะทำให้หนังสือยาวเกินไป แต่พ่อยังเชื่อใจว่า ถึงเหตุเหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะเป็นคนหนุ่ม ก็ยังได้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์ จึงได้ตั้งตัวยืนยาวมาได้ถึง ๒๕ ปีนี้แล้ว บัดนี้ ลูกมีอายุเท่ากับพ่อในเวลาที่ได้มีความทุกขเวทนาแสนสาหัสเช่นนั้น จึงได้มีใจระลึกถึงประสงค์จะแนะให้รู้เค้าเงื่อนแห่งความประพฤติ อันได้ทดลองมาแล้วในชั่วอายุเดียวเท่านี้ แต่จะถือเอาเป็นอย่างเดียวกันเหมือนตีพิมพ์ย่อมไม่ได้อยู่เอง เพราะบริษัทและบุคคลกับทั้งเหตุการณ์ภูมิพื้นบ้านเมืองผิดเวลากัน ในเวลานี้เป็นการสะดวกดีง่ายกว่าแต่ก่อนมากยิ่งนัก ตัวชายใหญ่เองก็ตั้งอยู่ในที่ผิดกันกับพ่อ ถ้าประพฤติตัวให้ดีได้เร็วกว่าง่ายกว่าเป็นอันมากในการภายใน แต่การภายนอกย่อมหนักแน่นขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงจะเป็นการจำเป็นที่จะทำช้าอย่างเช่นพ่อเคยทำมาไม่ได้ การสมัครสมานภายในต้องเรียบร้อยโดยเร็ว ไว้รับภายนอกให้ทันแก่เวลา จึงขอเตือนว่า ๑ ให้โอบอ้อมอารีต่อญาติและมิตรอันสนิท มีน้องเป็นต้น เอาไว้เป็นกำลังใจให้จงได้ ๒ อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ไม่ว่าเจ้านายหรือขุนนาง ฟังคำแนะนำตักเตือนในที่ควรฟัง ๓ อย่าถือว่าเกิดมามีบุญ ต้องถือว่าตัวเกิดมามีกรรม สำหรับจะเทียมแอกเทียมไถ ทำการที่หนัก การซึ่งจะมีวาสนาขึ้นต่อไปนั้นเป็นความทุกข์ มิใช่ความสุข ๔ การที่เป็นเจ้าแผ่นดินไม่ใช่สำหรับมั่งมี ไม่ใช่สำหรับคุมเหงคนเล่นตามชอบใจ มิใช่เกลียดไว้แล้วจะได้แก้เผ็ด มิใช่เป็นผู้สำหรับจะกินสบายนอนสบาย ถ้าจะปรารถนาเช่นนั้นแล้วมีสองทางคือ บวชทางหนึ่ง เป็นเศรษฐทางหนึ่ง เป็นเจ้าแผ่นดินสำหรับแต่เป็นคนจนและเป็นคนที่อดกลั้นต่อสุขและทุกข์ อดกลั้นต่อความรักและความชังอันจะเกิดฉิวขึ้นมาในใจหรือมีผู้ยุยง เป็นผู้ปราศจากความเกียจคร้าน ผลที่จะได้นั้นมีแต่ชื่อเสียงปรากฏเมื่อเวลาตายแล้ว ว่าเป็นผู้รักษาวงศ์ตระกูลไว้ได้ และเป็นผู้ป้องกันความทุกข์ของราษฎร ซึ่งอยู่ในอำนาจความปกครอง ต้องหมายใจในความสองข้อนี้เป็นหลักมากกว่าคิดถึงเรื่องการอื่น ถ้าผู้ซึ่งมิได้ทำใจได้เช่นนี้ ก็ไม่แลเห็นเลยว่าจะปกครองรักษาแผ่นดินอยู่ได้ เมื่อลงปลายหนังสือฉบับนี้ ต้องขออำนวยพรเจ้าซึ่งยังมิต้องรับการยกย่องเช่นพ่อต้องรับมา ในเมื่ออายุเพียงนี้ ยังมีพร้อมอยู่ทั้งบิดามารดาคณาญาติ ซึ่งจะช่วยอุปถัมป์บำรุงให้สติปัญญาความคิดแก่กล้าขึ้น จนถึงเวลาที่ควรจะรับแล้ว และได้รับโดยความสะดวกใจดีกว่าที่พ่อได้เป็นมาแล้ว ขอให้หมั่นศึกษาและทำในใจในข้อความที่ได้กล่าวตักเตือนมานี้ ละความเกียจคร้าน ตั้งใจพยายามทำทางไว้ให้จงดีทุกเมื่อ ถ้าสงสัยอันใดข้อใดไม่เข้าใจให้ถาม จะอธิบายให้ฟัง ให้อ่านหนังสือนี้จำได้ทุกข้อ อย่าให้เป็นแต่เหมือนอ่านหนังสือพิมพ์เล่น สำหรับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกของประเทศไทย แต่หลังจากดำรงตำแหน่งสยามกุฎราชกุมารได้เพียง ๘ ปี ก็เสด็จสวรรคต ขณะมีพระชนมายุ ๑๕ พรรษา【อ่านข้อความเต็ม】
uqx | 2021-04-15 | อ่าน(572) | แสดงความคิดเห็น(812)
นายกฯ เผยตอนนี้สวดมนต์ให้ คสชเอาตัวให้รอด ขู่ประเมินผลงานกลางวงสัมมนาข้าราชการระดับสูง อย่ารอแค่นายสั่ง กำชับ วิษณุ จับมือ กพกำหนดตัวชี้วัด แจงประชาธิปไตยไทยนิยมไม่มุ่งหวังการเมือง ปัดแผนสืบทอดอำนาจ แค่อยากให้ประเทศหลุดพ้นความยากจนความขัดแย้ง เมื่อเวลา 0900 น วันที่ 22 มค ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์ประชุมอิมแพค ฟอรัม เมืองทองธานี พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เป็นประธานเปิดสัมมนานักบริหารระดับสูงเพื่อการบูรณาการพัฒนาประเทศ 40 โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการกระทรวง อธิบดี รองอธิบดี ผู้ว่าและรองผู้ว่าราชการจังหวัด กรรมการข้าราชการพลเรือน ปลัดและรองปลัดกรุงเทพมหานคร รวม 850 คนเข้าร่วม นายกฯ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ผู้บริหารส่วนราชการกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ : One Country One Team ตอนหนึ่งว่า เป็นคนคิดเรื่อง 40 ขึ้นมาเอง ซึ่งทุกคนจะต้องคิดแบบนี้เหมือนกันให้ได้ และต้องเตรียมการกันตั้งแต่บัดนี้ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมจะต้องไปสู่ 40 เตรียมรองรับเรื่องแรงงาน โดยเข้าใจอย่างละเอียด ถ้าจะบอกว่าขึ้นค่าแรงแล้วจบ ถึงอย่างไรมันก็ไม่จบ เพียงแต่ต้องอธิบายให้ได้ว่าทำหรือไม่ทำเพื่ออะไร ทุกกระทรวง พลอประยุทธ์กล่าวว่า ทุกหน่วยงานจะต้องชี้แจงทำความเข้าใจประชาชนถึงหน้าที่หน่วยงานที่ตัวเองทำให้ได้ เพราะในยุคสมัยนี้ถ้าไม่ชี้แจงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นโลกโซเชียลเขียนอะไรออกมา ถ้าชี้แจงช้าก็จบกัน เพราะชี้แจงทีหลังเท่ากับแก้ตัว ดังนั้นมีเรื่องอะไรต้องออกมาชี้แจงแก้ไขทันที เหมือนอย่างตนเปิดอ่านอยู่บ่อยๆ อ่านให้หมด ทั้งข้อสั่งการ เอกสาร ครม เพราะถ้าไม่อ่านเราก็ไม่รู้ อย่างการแก้ไขกฎหมายก็เพื่อเดินหน้าการทำงานและเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่เป็นเครื่องมือของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ผมทำงานทุกอย่างเพื่อขับเคลื่อนองคาพยพให้เดินไปให้ได้ ทำงานตามหน้าที่ ไม่ได้ต้องการให้ใครมารัก ใครที่มีทัศนคติไม่ดี ผมถือว่าเรายังพัฒนาตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่ชอบรัฐบาล ไม่ชอบ คสช ก็อย่าไม่ชอบประเทศของท่านเองเลย แล้วลองเปรียบเทียบการทำงานนี้กับรัฐบาลก่อนๆ ดูแล้วกันว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ปี 2561 นี้จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง บางคนยังไม่รู้ ไม่สนใจ เพราะยังไม่ใช่เวลาของท่าน ยังไม่ได้เป็นปลัดกระทรวง ยังไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ จะไปสนใจทำไม เดี๋ยวรอนายสั่ง คือสั่งอะไรก็ทำตามนั้น ต่อไปนี้ไม่ได้ วัดผลทั้งหมด รองผู้ว่าฯ จะเป็นผู้ว่าฯ หรือใครจะเป็นปลัด อธิบดี ตนให้มีตัวชี้วัดหมด มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ดำเนินงานร่วมกับสำนักงาน กพประเมินผล โดยมีตัวชี้วัดเพิ่มขึ้นจากเดิม ผมไม่ได้โกรธท่านมาจากไหนและไม่ต้องเอาใจผม ซึ่งผมรู้ประเพณีไทย อยากมาหานาย มาเยี่ยมอวยพรปีใหม่ มากินข้าว แต่อยู่กับเมียเถอะเสียเวลา วันนี้ผมกับเมียก็ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันเหมือนกัน ขอให้ทำงานแล้วเอาผลงานมาปรากฏจะดีกว่า และไม่ใช่เฉพาะในสื่อหนังสือพิมพ์ แต่เอาที่ประชาชนพอใจ พลอประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้เป็นงานสำคัญทำให้ประเทศ ในฐานะเป็นข้าราชการในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าราชการของประชาชน ไม่ว่าตำรวจ ทหาร ต่างทำหน้าที่เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ฉะนั้นวันนี้ถือเป็นช่วงระยะเวลาเปลี่ยนไปสู่การมีประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน ที่ใช้คำว่าไทยนิยม หมายความว่าประเทศไทย คนไทยมีอัตลักษณ์ที่มีความแตกต่างจากหลายๆ ประเทศในโลก บางครั้งไม่ค่อยคำนึงถึงหลักการและความถูกต้องมากนัก เพราะเรานิสัยแบบไทยๆ ชอบอะไรก็ชอบ สิ่งที่ผมใช้คำว่าไทยนิยม ต้องการให้คนไทยนิยมทำแต่ในสิ่งที่เป็นความดี ความงาม ความถูกต้อง มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคนดีและคนเก่ง นั่นคือไทยนิยมในทางที่ถูกต้อง ซึ่งคำว่าไทยนิยมประชาธิปไตยคือ เราต้องนิยมประชาธิปไตยที่ไม่ทิ้งหลักการประชาธิปไตยสากล ผมไม่เคยให้ยกเลิกตรงโน้นตรงนี้ ไม่มี นายกฯ ยืนยันว่า ประชาธิปไตยไทยนิยมที่คิดขึ้นมาไม่ได้มุ่งหวังการเมือง มุ่งหวังเพียงแค่ทำอย่างไรให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากสิ่งที่มีปัญหามาตลอด ทั้งความยากจน ความขัดแย้ง ซึ่งเริ่มทำใน 3 ปีที่ผ่านมา ไม่อาจกล่าวอ้างว่าทำได้ดีที่สุด แต่ว่าได้เริ่มทำในแนวใหม่ขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลง และตนต้องการพัฒนาคนให้มากที่สุด นอกจากนี้ นโยบายของรัฐบาลเช่นบัตรคนจน ขอยืนยันว่าไม่ใช่ประชานิยม แต่เราทำเพื่อให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสเพื่อผู้มีรายได้น้อย เพราะเรื่องของความเท่าเทียมและความยากจน ส่วนใหญ่มักจะนำไปสู่ความขัดแย้ง ไทยนิยมต้องเป็นไปในทางที่ดี ขัดแย้งกันไม่ใช่ไทยนิยม ผมไม่รู้จะใช้คำไหน มีใครแนะนำคำอื่นอีกไหม ถ้าให้ใช้ผมใช้ไทยนิยม ผมอ่านหนังสือมาก็นึกๆ เอา ไม่มีใครมาบอกผม และผมก็มีคำอธิบายของผมได้ว่าอะไรคือไทยนิยม อะไรคือประชารัฐ อะไรคือความยั่งยืน ตอบคำถามได้ทั้งหมด และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและแผนปฏิรูป ต่อไปนี้คำเหล่านี้ต้องติดหู ติดตา ติดปากประชาชนและข้าราชการ พลอประยุทธ์กล่าวต่อว่า แผนพัฒนาประเทศที่ทำจะสืบทอดอำนาจของตนตรงไหน ก็ไม่รู้เหมือนกันที่เขาเขียนนั่น ยุทธศาสตร์คืออะไร ความมั่นคงจะต้องทำอะไรบ้าง แบบนั้นตนไปคุมให้เหรอ ตนไม่ได้บอกว่าต้องทำอย่างไรด้วยซ้ำไป แผนสภาพัฒน์ก็ไม่ได้เขียน ผมจะไปได้ประโยชน์ตอนไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมสวดมนต์ทุกคืน สวดให้ประเทศชาติ พระมหากษัตริย์ และตอนนี้ยังสวดมนต์ให้ คสชด้วย เอาตัวให้รอด และผมไม่ใช่ศัตรูของท่าน วันหน้าผมก็คนธรรมดาคนหนึ่ง แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ก็เป็นไปตามโรดแมป นายกฯ กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
g0y | 2021-04-14 | อ่าน(74) | แสดงความคิดเห็น(152)
นายพลโรเล็กซ์ โทษสื่อไทยโหมปมนาฬิกาหรูทำต่างชาติเสนอข่าวตาม 23 มกราคม พศ 2561 เวลา 14:17 น 【อ่านข้อความเต็ม】
bfe | 2021-04-14 | อ่าน(532) | แสดงความคิดเห็น(639)
นิว นัดบุกสภาทวงซักฟอกรัฐบาล ขู่ บิ๊กสนช ต้องมารับเรื่อง 22 มกราคม พศ 2561 เวลา 21:51 น 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-04-17

sanook ตรวจ หวย 16 กันยายน 2563| เกม ts911| การ์ตูน ฟุตบอล| ตรวจ ลอตเตอรี่ วัน ที่ 17| ตรวจ ลอตเตอรี่ รัฐบาล| ยิง ปลา ยิ่ง มี รา วา จ| ตรวจ สลาก 1 ตุลาคม| ราคา ลอตเตอรี่ สนามบินน้ำ วัน นี้| เครดิต ยิง ปลา ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก| อี สปอร์ต ใน ซีเกมส์ 2019| ลอตเตอรี่ 1 มิถุนายน 2563 ตรวจ| ยิง ปลา ฝาก 100| ผล สลากกินแบ่ง รัฐบาล 16 ธันวาคม 2562| ubet368 เครดิต ฟรี| ตรวจ หวย 1 มิถุนายน 2558| นักกีฬา ปิงปอง| ตรวจ หวย งวด ที่ 30 ธันวาคม| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด 16| ตรวจ ลอตเตอรี่ 1 6 มิถุนายน 2563| หวย วัน ที่ 16 พฤศจิกายน| ตรวจ หวย 1 สิงหาคม 2554| ตรวจ สลาก งวด วัน ที่ 16 ธันวาคม 2562| ลอตเตอรี่ 1 ธ ค 2562| ลอตเตอรี่ ยก เล่ม| ตรวจ หวย รัฐบาล 17 มกราคม 63| ตรวจ ลอตเตอรี่ 30 ธันวาคม 2563| บา คา ร่า ล็อค ยู ส| ตรวจ สลาก 16 มีนาคม 62| ตรวจ ผล สลากกินแบ่ง รัฐบาล วัน ที่ 1 กันยายน 2563| ตรวจ สลาก ตรวจ สลากกินแบ่ง| ตรวจ สลาก วัน ที่ 1 ธันวาคม 2563| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด วัน ที่ 1 มิถุนายน| ข่าว กีฬา ไทยรัฐ| ลอตเตอรี่ ออก| ตรวจ หวย 16 พ ค 63 กรอก ตัวเลข| ลอตเตอรี่ 1 ใบ ได้ กี่ บาท| ตรวจ หวย 1 กรกฎาคม 2554| เค ดิ ต ฟรี ยิง ปลา| ตรวจ สลากกินแบ่ง วัน ที่ 1 พฤศจิกายน 62| ตรวจ ผล สลาก กินแบ่ง รัฐบาล ล่าสุด วัน นี้| ตรวจ หวย วัน ที่ 1 ก พ 63| ตรวจ หวย 2 พฤษภาคม 2560| ตรวจ หวย 1 มีนาคม 2563 แบบ พิ ม| ตรวจ สลาก งวด วัน ที่ 1 ธันวาคม 2562| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล วัน ที่ 1 มิถุนายน 2562| แช ท สด fun88| ใบ ตรวจ หวย 1 มิถุนายน 2563| ตรวจ หวย งวด วัน ที่ 1 มิถุนายน 2562| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด วัน ที่ 16 กุมภาพันธ์| สลากกินแบ่ง งวด วัน ที่ 1 มิถุนายน| ส ๔ ต ร บา คา ร่า| ต จ วร สลาก 16 กุมภาพันธ์ 2563| ยิง ปลา jili| ตรวจ ผล สลาก กินแบ่ง รัฐบาล ล่าสุด วัน นี้| ผล สลากกินแบ่ง งวด วัน ที่ 16 พฤษภาคม| ตรวจ ผล สลากกินแบ่ง 1 กุมภาพันธ์ 2563| ตรวจ สลากกินแบ่ง ด้วย ตัวเลข| ตรวจ หวย ผล สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด 2563 ตรวจ| สลาก กิน กินแบ่ง รัฐบาล| ฟุตบอล สด ออนไลน์| ลอตเตอรี่ 16 มีนาคม 2562| โอ เค ลอตเตอรี่ 1 7 63| กีฬา pantip| ยิง ปลา แจก เครดิต ฟรี| ตรวจ ลอตเตอรี่ ออนไลน์| ตรวจ สลาก 16 กันยายน ย 2563| ตรวจ หวย สลากกินแบ่ง รัฐบาล ย้อน หลัง| บา คา ร่า ยิง ปลา| ตรวจ หวย ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด 1 ธ ค 62| ตรวจ ลอตเตอรี่ วัน ที่ 16 มิถุนายน| ตรวจ หวย 16 พ ค 63 กรอก ตัวเลข| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล 1 กรกฎาคม 62| ตรวจ สลาก 16 ม ค 63| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด 1 มีนาคม 2563| บา คา ร่า ts911| ตรวจ สลาก งวด 1 เมษายน 2563| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด 1 ก พ 2563| ลอตเตอรี่ 1 กรกฎาคม 62| ตรวจ หวย งวด ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563| ล ตรวจ หวย| ต ร จ ว หวย วัน ที่ 16 มีนาคม 63| ตรวจ ลอตเตอรี่ ประจำ วัน ที่ 1 พฤศจิกายน 2562| หวย 1 มีนาคม 2563| บา คา ร่า mm88fc| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด วัน ที่ 1 ตุลาคม 61| ตรวจ หวย 1 เมษายน 2560 mthai| ต ล ว จ สลาก 1 มิถุนายน 2563| ตรวจ หวย งวด วัน ที่ 1 เมษายน 2563| ตรวจ ลอตเตอรี่ 1 มี ค 62| ราคา ลอตเตอรี่ ขายส่ง| ตรวจ หวย งวด วัน ที่ 17 มกราคม 2563| ลอตเตอรี่ ออก| ราคา สลากกินแบ่ง รัฐบาล ล่าสุด| ลอตเตอรี่ ล่าสุด|